วิถีของตัวเอง..
ปล่อย blog ให้ร้างมานานแสนนาน นานเกินไปรึเปล่า? แอบถามตัวเอง... เนื่องด้วยติดภารกิจไปฝึกฝนสภาพจิตใจ ให้แข็งแกร่ง และโตขึ้นไปอีกขั้น
ก็คงเป็นธรรมดา ขนาดเล่นกล้าม หรือแม้กระทั่งออกกำลังกาย ยังปวดเนื้อปวดตัวเนื่องจากกล้ามเนื้อได้ถูกใช้งานและแข็งแรงขึ้นเลย กับกล้ามเนื้อหัวใจก็เช่นกันเวลาที่ใช้มันมากไป และมันกำลังพยายามที่จะเข้มแข็งขึ้น โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ก็ย่อมเจ็บและปวดเป็นธรรมดา มันต้องใช้เวลา...ถึงมันจะตกใจกลัวและตั้งรับไม่ทันนิดหน่อย แต่เมื่อหายดี..เราจะเข้มแข็งขึ้นไปอีกขั้น เพื่อที่จะได้พร้อมไปเรียนรู้อะไรอีกหลายๆอย่าง และก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ ได้ซะที..
ณ ตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะัยังโตไม่เต็มขั้น แ่ต่ก็สามารถยิ้มได้แบบกว้างๆ และหัวเราะไปพร้อมๆกับผู้คนได้ แค่นั้นก็สบายแล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่ประสบการณ์ที่จะสอนให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไปอีกเรื่อยๆ และก้าวต่อไปๆ
วิถีของโนบิตะ

ด้วยความที่ช่วงนี้ไม่อยากปล่อยเวลาให้ว่าง ก็จะชอบไปดูหนัง คุยกับเพื่อน ดูซีรีย์ และอ่านหนังสือ เมื่อวานเลยได้หนังสือเล่มใหม่มา 1 เล่ม ชือว่า "วิถีของโนบิตะ ชัยชนะของคนไม่เอาถ่าน" เป็นหนังสือที่เหมือนกับว่าจะจุดไฟให้กับคนที่คิดว่าตัวเองไม่ได้เรื่อง หันกลับมามองว่า ขนาดโนบิตะยังทำได้แล้วเราละ?
เพิ่งจะเริ่มอ่านได้แค่ ไม่เยอะเลย แต่ก็ทำให้จอยขนลุกเพราะตื้นตันได้ตั้งแต่บทนำเลยทีเดียว ไม่รู้่ว่าเพราะคนเขียนดี หรือคนแปลดี คนเขียนหนังสือเล่มนี้ชื่อว่า "โยโกยาม่า ยาสุยุกิ"น่าจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่เค้าเขียนเรื่องนี้ได้ เพราะว่า ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับ "โดราเอม่อนศึกษา"อยู่ เลยได้เรียนรู้โนบิตะไปพร้อมๆกัน
เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าทำไม"ชิซุกะ" จึงตัดสินใจเลือกที่จะแต่งงานกับ "โนบิตะ" ถึงชิซูกะจะตัดสินใจเลือกโนบิตะเพราะเหตุผลที่ว่า.."อุ่นใจที่มีโบนิตะอยู่ด้วย และทำให้กล้าเผชิญหน้าสิ่งต่างๆ" แต่พ่อของชิซุกะ ก็ยังเสริมอีกว่า "ลูกตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกโนบิตะ เด็กคนนี้ปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุข ขณะเดียวกัน ก็ร่วมโศกเศร้ายามผู้อื่นเป็นทุกข์ นี่ละคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นมนุษย์" อ่านแล้วก็อึ้งไปชั่วขณะ..ไม่เคยคิดเลยว่า โบนิตะจะเป็นคนแบบนั้น
ในหนังสือ..มีคำที่บอกไว้ และ จอยก็ชอบมากๆเลยคือ.."ในโลกนี้มีช่องว่างระหว่างความเป็นจริงกับความฝันอยู่ ขณะที่เราก้าวเดินไปทีละก้าวในโลกแห่งปัจจุบัน ก็เสมือนว่าเรากำลังสร้างสะพานไปยังโลกแห่งความฝัน"
จอยว่า..ถึงโนบิตะจะประสบความสำเร็จได้ก็เพราะมีโดราเอม่อนคอยช่วยเหลือ แต่เราเอง..ถึงไม่มีโดราเอม่อน ก็มีหนังสือเล่มนี้ละ เป็นตัวแทนโดราเอม่อน ที่พร้อมจะจุดไฟให้เรามีแรงจะรีบทำอะไรๆ บางอย่าง ก่อนที่จะสายเกินไป..
ปล. อีกมุมนึงในการเป็น "จอย" ในโลกนี้..
Comment









